วันอังคาร, 14 เมษายน 2569

TOYOTA LAND CRUISER FJ ราคาอย่างเป็นทางการ

21 มี.ค. 2026
594

LAND CRUISER FJ มีเกรดเดียว ราคาอย่างเป็นทางการ 1,289,000 บาท

พิเศษสุด! กับราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัว 1,269,000 บาท (ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569)

รับข้อเสนอ:     ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care

  ทางเลือกที่ 2 ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99% พร้อมเลือกรับชุดตกแต่งแท้จากโตโยต้า*

*เลือกรับชุดตกแต่งแท้จากโตโยต้า 3 แพ็คเกจ

  1. แพ็คเกจที่1 ชุดตกแต่ง “Unbound Explorer…เพราะชีวิต ต้องลุยนอกกรอบที่คุ้นเคย”

มูลค่า 32,450 บาท ประกอบไปด้วย

  1. สน็อกเกิล                                                    ราคา     15,600 บาท
  2. แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ARB                 ราคา     8,500 บาท
  3. ชุดบังโคลนล้อ                                              ราคา     8,350 บาท
  1. แพ็คเกจที่2 ชุดตกแต่ง “Urban Unique…ครบทุกสิ่ง ที่ใจต้องการ”

มูลค่า 32,700 บาท ประกอบไปด้วย

  1. แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง                         ราคา     7,500 บาท
  2. คิ้วกระจังหน้า                                              ราคา     3,400 บาท
  3. คิ้วกันกระแทกประตู                                      ราคา     7,900 บาท
  4. คิ้วตกแต่งฝาครอบล้ออะไหล่                          ราคา     4,600 บาท
  5. ชุดตกแต่งฝาถังน้ำมัน                                   ราคา     1,200 บาท
  6. แผงบังแดดข้าง                                             ราคา     2,100 บาท
  7. กล้องบันทึกภาพด้านหน้าและหลัง (รุ่น 2K)     ราคา     6,000 บาท

  1. แพ็คเกจที่3 ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง “Freedom Journey…เติมพลังให้ทุกวันมีความหมาย”

มูลค่า 36,400 บาท ประกอบไปด้วย

  1. ถาดแร็คหลังคา ARB                                    ราคา     36,400 บาท

LAND CRUISER FJ มาพร้อม 3 สีให้เลือก

ใหม่! สีฟ้า SMOKY BLUE

> สีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA

> สีเทา ASH

เครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2TR-FE ขนาด 2.7 ลิตร (2,694 cc) แบบ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time และระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff-Lock)

เครื่องยนต์เบนซิน 2TR-FE 2.7 ลิตร ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน ทนทาน ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษ Euro 6 ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้เหมาะกับระบบ 4WD ที่ใช้งานสมบุกสมบัน ให้การตอบสนองและกำลังที่ต่อเนื่องในทุกสถานการณ์การขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด โครงสร้างแบบ Body On Frame พื้นฐานเดียวกับ Hilux Champ SSWB ยกระดับด้วยการปรับปรุงโครงสร้างด้านหลังให้มีความแข็งแรงเพื่อความปลอดภัย และให้สมรรถนะในการขับขี่ตามมาตรฐานของ LAND CRUISER

เสริมความแข็งแรงของรางข้างครึ่งตอนหลัง จากการลดความยาวของเฟรม เพิ่มจุดเชื่อมเฟรมบริเวณจุดยึดช่วงล่างหลัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ได้ตามมาตราฐานของ LAND CRUISER

ปรับปรุงคานขวางและคานหลังเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) เพิ่มตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์ เพื่อความแข็งแรง มั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานะการณ์ และเพิ่มความอเนกประสงค์ในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมหรือการลากจูง

เพิ่มจุดถ่วงน้ำหนักเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การถ่ายเทน้ำหนักดีขึ้น ลดการโคลงตัว ควบคุมง่าย และยึดเกาะถนน ปรับปรุงจุดลากจูงหลังโดยการเชื่อมติตไปกับโครงสร้างทำให้แข็งแรง คงทนมากยิ่งขึ้น

ระบบการขับขี่ ช่วงล่าง ระบบเบรก และระบบบังคับเลี้ยว ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ออฟโรด บนทุกเส้นทางทุรกันดาร คล่องตัวในทุกสถานการณ์

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) แบบ Part-time พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock)ช่วยกระจายแรงให้ล้อเท่ากันทั้งสองข้าง

– โหมด 2nd Start ลดการหมุนฟรีของล้อ และช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวที่ลื่น
– มีมุมใต่ มุมจากที่สูง และมีรัศมีวงเลี้ยวที่น้อย สามารถลุยน้ำได้ลึก 700 มม.
– ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
– ช่วงล่างด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
– โช้คอัพและคอยล์สปริงปรับจูนใหม่ลดการโคลงตัว เพิ่มความมั่นคงและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่
– ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก หน้า 17 หลัง 15 พร้อมครีบระบายความร้อน
– ระบบบังคับเลี้ยวแบบแรคแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์แบบไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง
– แกนพวงมาลัยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ เพื่อลดการสั่นสะเทือน ให้การควบคุมที่ดีและตอบสนองได้อย่างแม่นยำ
– ปรับจูน ECU ให้การส่งกำลังของเครื่อง เกียร์และการควบคุมคันเร่ง ทำงานตอบสนองการขับขี่แบบออฟโรดได้ดีเยี่ยม
– ระยะฐานล้อที่สั้น มีความคล่องตัวสูง ง่ายต่อการขับขี่
– จุดต่ำสุดของรถอยู่ใกล้ล้อ สามารถคร่อมได้เนินสูงได้ง่าย โดยไม่ติดใต้ท้องรถ

ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
– เทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense
– ระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ Adaptive High-beam System
– ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control
– ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Collision System
– ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน Lane Departure Alert
– กล้องมอบรอบคัน Panoramic View Monitor (PVM) ความละเอียด HD พร้อมแสดงมุมเอียง มุมเงยของรถ และฟังก์ชันแสดงภาพพื้นใต้ท้องรถ
– เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับ และผ่อนแรงอัดโนมัติหน้าและหลัง (เฉพาะฝั่งซ้ายและขวา)
– ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง
– ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
– ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
– ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่าน และเบรกเมื่อตรวจพบวัตถุหยุดนิ่ง Parking Support Brake (PKSB)
– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist Control (HAC)
– ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Downhill Assist Control (DAC)
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Active Traction Control (A-TRC)

ขนาดตัวรถ ความยาว 4,610 มม., ความกว้าง 1,855 มม., ความสูง 1,890 มม. และระยะฐานล้อ 2,580 มม.

รองรับเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ 91 95 และ E20

ดีไซน์ภายนอก ผสานแนวคิด “PLAYFUL-DICE” เข้ากับ “FUNCTIONAL BEAUTY” สะท้อนเอกลักษณ์ของ LAND CRUISER ผ่านความแข็งแกร่ง ความสนุกสนาน และความสวยงามที่มาพร้อมกับการใช้งานได้จริง

– การออกแบบตัวถังทรงสี่เหลี่ยม พร้อมมุมตัดเฉียงและการตัดมุมส่วนที่ไม่จำเป็นของตัวรถ คงเอกลักษณ์ของ LAND CRUISER และเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่
– ทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดี จากเส้นขอบกระจกด้านข้างที่ต่ำ และฝากระโปรงหน้าที่เว้าตรงกลาง
– กันชนหน้าและหลังดีไซน์แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น ง่ายต่อการซ่อมแซม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
– กาบข้างประตู ช่วยป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งาน และง่ายต่อการซ่อมแซม
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกแบบ LED
– ไฟท้าย LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Bulb และไฟตัดหมอกแบบ LED
– ยางอะไหล่ติดตั้งที่บานประตูหลัง พร้อมฝาครอบล้อ
– ดีไซน์ซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความนึกปืน พร้อมล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว ขนาดยาง 265/60 R18
– ประตูท้ายแบบเปิดออกทางด้านข้าง เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน

ดีไซน์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายใน ออกแบบภายใต้แนวคิด “FUNCTIONAL FUN COCKPIT” เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน และมอบประสบการณ์ที่ดีในการขับขี่
– คอนโซลกลาง และปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย อยู่ใกล้มือผู้ขับขี่ ใช้งานง่ายและปลอดภัย
– พวงมาลัย มีช่องว่างที่กว้างเพื่อลดโอกาสการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงสะท้อนขณะขับขี่ออฟโรด
– พื้นที่เหนือศีรษะกว้าง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย
– วัสดุเบาะนั่ง หนังสังเคราะห์สีดำทั้ง 5 ตำแหน่ง
– วัสดุภายใน ใช้วัสดุที่ทนทาน ดูแลรักษาง่ายเหมาะกับการใช้งานที่สมบุกสมบัน
– เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– เบาะแถวที่ 2 พับได้ 55:45 ปรับเลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ 5 ระดับ เพื่อขยายพื้นที่สำหรับผู้โดยสารหรือ
– พื้นที่เก็บสัมภาระ และสามารถเอนได้ 40 องศาเพื่อเพิ่มความสบายของผู้โดยสาร
– พื้นที่เก็บสัมภาระ ขนาด 765 ลิตร และเมื่อพับเบาะทั้งหมดจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 1,522 ลิตร
– เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันการแสดงมุมเงยและมุมเอียงของรถ
-ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบอิสระแยกซ้าย-ขวา
-กระจกปรับขึ้นลงอัตโนมัติแบบ One Touch ทั้งสี่บาน
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบ Push Start

01
error: Content is protected !!