โตโยต้าเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ Pixis Van Kei (BEV)

โตโยต้าเพิ่มรถตู้เพื่อการพาณิชย์ Pixis Van Kei(BEV) เข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใช้งานควบคู่ไปกับการส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอน
โตโยต้าได้เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก Pixis Van ผลิตโดย บริษัท ไดฮัทสุ มอเตอร์ คิวชู จำกัด โรงงานโออิตะ (นาคัตสึ) ในประเทศญี่ปุ่น โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป


รถตู้ Pixis ตอบโจทย์ความต้องการในด้านการบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่และการขนถ่ายที่ง่าย ด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (ขับเคลื่อนล้อหลัง) สามารถวิ่งได้ไกลถึง 257 กม./ชาร์จ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดบางความจุสูง 36.6 kWh ผสานรวมมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และเกียร์ทดรอบ ทำให้มีกำลังสูงสุดถึง 47 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 126 นิวตันเมตร ตั้งแต่เริ่มสตาร์ท


ช่องเสียบชาร์จเร็วเป็นมาตรฐาน เวลาในการชาร์จเร็วประมาณ 50 นาที เพื่อให้ถึงประมาณ 80% นับจากไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ต่ำติดขึ้น การชาร์จปกติใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ที่กำลังไฟ 6kW

ระบบ BEV นี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยบริษัท Suzuki Motor Corporation (Suzuki), บริษัท Daihatsu Motor Co., Ltd. (Daihatsu) และบริษัท Toyota โดยใช้องค์ความรู้ของ Suzuki และ Daihatsu ในการผลิตรถยนต์ Kei และเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Toyota รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ Kei ใช้ประโยชน์จากขนาดที่เล็กเพื่อขับเคลื่อนบนถนนแคบๆ และมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขนส่งสินค้าในระยะสุดท้าย (last-mile logistics)
ที่ญี่ปุ่น รถยนต์ประเภทนี้แพร่หลายมากขึ้น โดยคิดเป็นประมาณ 60% ของจำนวนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมดในญี่ปุ่น (อ้างอิงจากจำนวนรถยนต์ที่ครอบครอง ณ เดือนกันยายน 2568)


รถตู้ Pixis Van BEV มีพื้นที่บรรทุกสินค้าเทียบเท่ากับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และรับน้ำหนักได้สูงสุด 350 กก. มีพื้นที่บรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดารถตู้ Kei Cab-Over ความยาวพื้นที่บรรทุก 1,920 มม. x ความกว้าง 1,270 มม. x ความสูง 1,250 มม. *12 ) พร้อมพื้นบรรทุกสินค้าสูง 630 มม. เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า เพิ่มความสะดวกในการใช้งานเป็นรถทำงานด้วยการใช้ชั้นวางของเหนือศีรษะที่ประหยัดพื้นที่ และเบาะนั่งหุ้มด้วยผ้ากันน้ำที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย


ระบบทำความร้อนเบาะนั่งประหยัดพลังงาน (สำหรับเบาะคนขับและเบาะผู้โดยสาร) ช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อระยะทางการขับขี่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้ขณะที่รถจอดอยู่กับที่
การใช้งานและความสะดวกสบายได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มาตรวัดข้อมูลแบบมัลติฟังก์ชั่นที่แสดงระดับแบตเตอรี่และการใช้พลังงานอย่างชัดเจน และช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ

ระบบความปลอดภัยเชิงรุก Smart Assist รุ่น ล่าสุด ฟังก์ชันเตือนการชนและฟังก์ชันช่วยเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงการชนจะตรวจจับยานพาหนะที่วิ่งตรงมาในเลนสวนทางเมื่อเลี้ยวขวาที่ทางแยก รวมถึงคนเดินเท้าที่ข้ามถนนจากทิศทางตรงข้ามเมื่อเลี้ยวขวาหรือซ้ายที่ทางแยก
ราคาจำหน่าย 3,146,000 เยน หรือประมาณ 640,000 บาท


