ในปี 2025 โตโยต้ามียอดขายรถยนต์ทั่วโลก 10.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.7%
ยอดขายสุดท้ายอยู่ที่ 10,536,807 คัน ซึ่งรวมถึงเลกซัส แต่ไม่รวมรุ่นที่จำหน่ายโดยไดฮัทสุหรือฮิโน่ หากรวมบริษัทในเครือด้วย ยอดขายทั่วโลกของโตโยต้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 11.3 ล้านคัน และรักษาสถานะผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกเป็นปีที่หกติดต่อกัน
แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากรถยนต์แบรนด์จีนและโตโยต้ายังคงชะลอในการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ แต่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ายังคงคิดเป็นสัดส่วนเล็กน้อยของการเติบโตโดยรวมของโตโยต้า

ในปี 2025โตโยต้ายังได้เพิ่มกำลังการผลิตทั่วโลก โดยผลิตรถยนต์ได้ 11.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อนหน้า
เอเชียยังคงเป็น ตลาดที่สำคัญที่สุด โตโยต้าขายรถยนต์ได้ 3.285 ล้านคัน ทั่วภูมิภาคเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปี 2024 ในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2 เปอร์เซ็นต์ เป็น 1.78 ล้านคัน การเติบโตนี้ได้รับการสนับสนุนจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสองรุ่น คือ bZ3X และ bZ5

อเมริกาเหนือสำหรับโตโยต้ายอดขายในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น 7.3% เป็น 2.929 ล้านคัน จาก 2.729 ล้านคันในปีก่อนหน้า โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มียอดขายเติบโตมากที่สุด เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามมาด้วยแคนาดาที่เพิ่มขึ้น 4.4% และเม็กซิโกที่เพิ่มขึ้น 3.6%
ในยุโรป โตโยต้าจำหน่ายรถยนต์ได้ 1.182 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่ยอดขายในละตินอเมริกา ลดลง 3.2% เหลือ 472,049 คัน
ญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดบ้านเกิดของโตโยต้า ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 1.501 ล้านคัน ตัวเลขนี้คิดเป็น 18% ของยอดขายทั่วโลก แม้ว่ายอดขายรวมในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงไดฮัทสึและฮิโน่ จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 12 % ก็ตาม

ยอดขายรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้าเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 86.8% คิดเป็นจำนวน 177,172 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 19.5% คิดเป็นจำนวน 183,845 คัน
รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยอดขายเพิ่มขึ้น 42.4% จาก 139,892 คัน เป็น 199,137 คัน โดยในจำนวนนั้น มีเพียง 4,227 คันเท่านั้นที่ขายได้ในญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนกลับมียอดขายลดลงมากถึง 29.3 % โดยขายได้เพียง 1,257 คันในปี 2025
ในปีที่แล้ว เลกซัส มียอดขายรถยนต์ 882,231 คัน เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยอเมริกาเหนือเป็นผู้นำยอดขายในกลุ่มรถยนต์หรู ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 7.5% เป็น 408,070 คัน ขณะที่ในเอเชีย ยอดขายของเลกซัสเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% เป็น 237,946 คัน
