โตโยต้าได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่เพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) ในโรงงานหลัก 2 แห่งที่รัฐเคนตักกี้และอินเดียนา เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา เพื่อเร่งเครื่องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และขยายกำลังการผลิตรถรุ่นยอดนิยม
โรงงานรัฐเคนตักกี้ (Toyota Kentucky) งบลงทุน 800 ล้านดอลลาร์ เป้าหมายหลักเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิต รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ขยายสายการผลิตสำหรับรถรุ่น Camry และ RAV4 เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือที่ยังคงสูงอยู่
โรงงานรัฐอินเดียนา (Toyota Indiana) งบลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ เป้าหมายหลักเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับ Grand Highlander ซึ่งเป็น SUV ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมาก และขยายการผลิต Grand Highlander ไปยังโรงงานฝั่งตะวันออก (East Plant)

การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่ประกาศไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่จะทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในสหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยเน้นแนวทาง “Multi-pathway” หรือการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไฮบริด (HEV) และรถยนต์เครื่องสันดาป เพื่อความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค
ผู้บริหารของโตโยต้ากล่าวกับสื่อมวลชนว่า โรงงานในรัฐเคนตักกี้มีประวัติยาวนานถึง 40 ปี และได้พัฒนาจากสาขาในท้องถิ่นของโตโยต้าจนกลายเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตที่สำคัญที่สุดของบริษัทในอเมริกาเหนือ
ในขณะเดียวกัน โตโยต้ายังมอบเงินสนับสนุนกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่โรงเรียนและโครงการพัฒนาแรงงานในท้องถิ่น การลงทุนนี้จะช่วยสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาและการฝึกอบรม STEM เพื่อตอบสนองความต้องการตำแหน่งงานด้านการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง
โตโยต้ากำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าและระบบการผลิตอัจฉริยะ โดยการผสมผสานการลงทุนในอนาคตเข้ากับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร
