ตลาดรถยนต์เดือนมกราคม 2569 มียอดขาย 73,936 คัน เพิ่มขึ้นถึง 53.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการเร่งผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้า เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนทางด้านภาษีจากรัฐบาลในโครงการ EV 3.0 และ 3.5
·รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 55,960 คัน เพิ่มขึ้น 83.2% จากปีที่ผ่านมา
·รถกระบะ ยอดขาย 11,507 คัน ลดลง 6.12% จากปีที่ผ่านมา
·รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 79 คัน เพิ่มขึ้น 1,875% จากปีที่ผ่านมา
·รถ PPV ยอดขาย 4,132 คัน เพิ่มขึ้น 30.88% จากปีที่ผ่านมา

โตโยต้า มียอดขายเดือนแรก 19,813 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 26.79% เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Eco segment (Yaris และ Yaris ATIV) 6,861 คัน และ Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) 5,541 คัน
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 3.98 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.53 เพราะผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.57 รวมทั้งผลิตรถบรรทุกเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.18 ตามการลงทุนของภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ามาขายในปี 2567 – 2568 เป็นปีแรกจากโครงการ EV 3.5

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 79,686 คัน เท่ากับร้อยละ 75.71 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.19
รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 20,451 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 46.56
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 59,235 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.04 โดยแบ่งเป็น
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 38,700 คัน เท่ากับร้อยละ 24.29 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 20.71
รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 21,084 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.11
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 16,233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 70.62 ซึ่งแบ่งเป็น
