Toyota Fortuner ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ (PPV) ที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีพัฒนาการในแต่ละเจเนอเรชันดังนี้

Toyota Fortuner เจเนอเรชันที่ 1 (พ.ศ. 2547 – 2558): จุดเริ่มต้นของตำนาน PPV
โลกได้รู้จัก Fortuner เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2004 (พ.ศ. 2547) โดยเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรก ภายใต้โครงการ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) ซึ่งเป็นการใช้แชสซีส์ร่วมกับกระบะยอดฮิตในยุคนั้นอย่าง Hilux Vigo
ขุมพลังยุคแรกมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร (1KD-FTV) คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน (VNT) ขนาด 2,982 ซีซี ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน “ฉายาเครื่องยนต์ล้านโล” ให้กำลังสูงสุดประมาณ 163-171 แรงม้า และแรงบิดสูงในรอบต่ำขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time ก่อนที่จะมีการเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร และปรับระบบขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มทางเลือกในภายหลัง

การปรับโฉมที่สำคัญในปี 2008 Minor Change ครั้งแรก ปรับดีไซน์กระจังหน้า ไฟหน้า โปรเจกเตอร์ และไฟท้าย
ปี 2011 Big Minor Change เปลี่ยนหน้าตาใหม่ให้ดูหรูหราและโฉบเฉี่ยวขึ้น (เปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกับ Hilux Vigo Champ)
ปี 2012 อัปเกรดระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เป็น 171 แรงม้า รวมถึงมีการปรับปรุงระบบเบรกให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

Toyota Fortuner เจเนอเรชันที่ 2 (พ.ศ. 2558 – ปัจจุบัน) ยกระดับความพรีเมียมและสปอร์ต
เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ปี 2015 ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ Hilux Revo ในเจเนอเรชันนี้ดีไซน์ของตัวรถถูกออกแบบให้ฉีกออกจากการเป็นรถกระบะดัดแปลงอย่างชัดเจน เน้นเส้นสายที่หรูหรา โฉบเฉี่ยว และมีความเป็น SUV ระดับพรีเมียมมากขึ้น

ขุมพลังใหม่ตระกูล GD บล็อกใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร (2GD-FTV) ที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เน้นความคุ้มค่าและประหยัดน้ำมัน โดยให้แรงบิดเพียงพอสำหรับการบรรทุกและขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกล และ

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.8 ลิตร ระดับเรือธงในตระกูล GD (Global Diesel) ของ Toyota ออกแบบมาเพื่อทดแทนเครื่องยนต์ 1KD-FTV โดยเน้นพละกำลังที่สูงขึ้น แรงบิดมหาศาลในรอบต่ำ เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก การลากจูง และการขับขี่แบบ Off-road ประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่เหนือชั้น เน้นความประหยัดและแรงบิดที่ต่อเนื่อง

การปรับโฉมครั้งสำคัญ
ปี 2020 Big Minor Change พร้อมกับการถือกำเนิดของรุ่นท็อปอย่าง “Legender” ที่มาพร้อมกระจังหน้าและชุดแต่งเฉพาะตัวที่ดูดุดัน ปรับจูนเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ให้แรงขึ้นเป็น 204 แรงม้า
ปี 2021 – ปัจจุบัน แตกไลน์อัปสายสปอร์ตด้วยการเปิดตัวรุ่น GR Sport ที่ปรับเซ็ตช่วงล่างเฉพาะตัวแบบสปอร์ต และในรุ่นปีล่าสุดตั้งแต่ 2023 มีการอัปเกรดพละกำลังเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ในรุ่น GR Sport ให้ทะลุไปถึง 224 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร

สำหรับโฉมใหม่แบบ All-New ที่หลายคนจับตามอง จะเปิดตัวในปี 2026 หลังจากที่รถกระบะเจเนอเรชันใหม่อย่าง Hilux Travo ได้เปิดตัวนำร่องไปก่อนแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีกระแสข่าวลือที่น่าสนใจ ดังนี้
แพลตฟอร์มใหม่คาดว่าจะขยับไปใช้โครงสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง TNGA-F (เช่นเดียวกับ Land Cruiser Prado, Tacoma และ 4Runner) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถัง ลดน้ำหนัก และยกระดับฟีลลิงการขับขี่ให้มีความนุ่มนวลและเกาะถนนมากยิ่งขึ้น
ดีไซน์การออกแบบอาจนำเส้นสายหน้าฉลามหัวค้อน (Hammerhead Design) แบบที่ใช้ใน Toyota รุ่นใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อความล้ำสมัย หรืออาจฉีกไปในทิศทางของทรงกล่องเหลี่ยมดุดันสไตล์ออฟโรด คล้ายคลึงกับ Land Cruiser โฉมใหม่

ขุมพลัง Mild-Hybrid (MHEV 48V) มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร พ่วงระบบไฮบริด 48V เพื่อช่วยในการออกตัว ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น ซึ่งสเปกนี้เริ่มมีการวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศ
มีข่าวลือว่า Toyota อาจกำลังพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกใหม่รหัส 3GD-FTV 3.0 ลิตร เพื่อมาแทนที่บล็อกเดิมและเสริมสมรรถนะให้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด
เทคโนโลยีและความปลอดภัย Toyota Safety Sense เจเนอเรชันล่าสุด รวมถึงการออกแบบภายในห้องโดยสารให้มีความเป็นดิจิทัลและหรูหราเทียบเท่ารถยุโรป
Toyota Fortuner 2026 เริ่มวิ่งทดสอบแล้ว คาคว่าเปิดตัวราวกลางปีนี้
